Logo
-----------------------------------------------
                           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได้กำหนดเป้าหมายในการจัดการศึกษาไว้ว่าต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและ จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมี ความสุข และต้องยึดหลักว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด นอกจากนั้นยังกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสิทธิจัดการศึกษาในระดับใด ระดับหนึ่งหรือทุกระดับตาม ความพร้อม ความเหมาะสมและความต้องการภายในท้องถิ่น โดยกระทรวงมีหน้าที่ในการประสานส่งเสริมให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายและได้มาตรฐานรวมทั้งการเสนอแนะการจัดสรร งบประมาณอุดหนุนการศึกษา การเสนอแนะ การจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนการศึกษาขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น นอกจากนั้นพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 17(6) กำหนดให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการ สาธารณะด้านการจัดการศึกษา เพื่อประโยชน์ของประชานในท้องถิ่นตนเอง
                       ตามมติ ก.จ. ในการประชุมครั้งที่ 2/2547 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 มีมติให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดตั้งกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นส่วนราชการในโครงสร้างการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และ ก.จ.จ.อุบลราชธานี ในการประชุมครั้งที่ 4/2547 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2547 มีมติเห็นชอบในการจัดตั้งกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นส่วนราชการในโครงสร้างองค์การบริหารส่วน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเตรียมดำเนินการรองรับการประเมินความพร้อมในการจัดการศึกษา และรับถ่ายโอน สถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี โดยให้กำหนดโครงสร้าง กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามกรอบ ที่ ก.จ. มีมติกำหนด และเมื่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด อุบลราชธานีได้ดำเนินการจัดตั้ง กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หรือกำหนดตำแหน่งผู้รับผิดชอบด้าน การศึกษาแล้ว ให้รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงาน ก.จ. ทราบ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2557 ได้ปรับปรุงส่วน ราชการ “กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม” เป็น “สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม” ตามมติ คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ในการประชุมครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 และคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) ในการประชุมครั้งที่ 7/2557 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557 โดยกำหนดส่วนราชการภายในออกเป็น 2 ส่วน 6 ฝ่าย 1 กลุ่มงาน 
                      ภารกิจด้านการจัดการศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ได้ดำเนินการโครงการทดลองให้ความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 29 โรงเรียน เพื่อรองรับภารกิจด้านการศึกษา ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองท้องส่วนถิ่น พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 ว่าด้วยการกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบ บริการสาธารณะ มาตรา 17 (6) การจัดการศึกษา จนถึงปี พ.ศ. 2549 ได้รับการถ่ายโอนสถานศึกษาจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1,2,3 และ 5 จำนวน 12 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการ สอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 (โรงเรียนประจำตำบล 10 แห่ง โรงเรียนประจำอำเภอ 2 แห่ง) ซึ่งเป็นโรงเรียน ที่อยู่ห่างไกล ทุรกันดารบางแห่งอยู่ติดชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา ดังนี้

ภาพแสดงสถานที่ตั้งโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

Logo

1. โรงเรียนนาคำวิทยา ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 61 กิโลเมตร)
2. โรงเรียนนาสะไมพิทยาคม ตำบลนาสะไม อำเภอตระการพืชผล
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 59 กิโลเมตร)
3. โรงเรียนแก้งเหนือพิทยาคม ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 97 กิโลเมตร)
4. โรงเรียนเหล่างามพิทยาคม ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 140 กิโลเมตร)
5. โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 118 กิโลเมตร)
6. โรงเรียนโนนกลางวิทยาคม ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 59 กิโลเมตร)
7. โรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคม ตำบลหนองบัวฮี อำเภอพิบูลมังสาหาร
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 67 กิโลเมตร)
8. โรงเรียนไร่ใต้ประชาคม ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 45 กิโลเมตร)
9. โรงเรียนพิบูลมังสาหาร ตำบลพิบูล อำเภอพิบูลมังสาหาร
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 48 กิโลเมตร)
10. โรงเรียนน้ำขุ่นวิทยา ตำบลตาเกา อำเภอน้ำขุ่น
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 101 กิโลเมตร)
11. โรงเรียนห้วยข่าพิทยาคม ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 106 กิโลเมตร)
12. โรงเรียนบัวงามวิทยา ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม
(ระยะทางจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ถึงโรงเรียน 70 กิโลเมตร)

                            แนวนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ในการรับถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษา มีเป้าหมายสำคัญ คือ ต้องการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกับโรงเรียนที่ อยู่ในตัวเมือง เป็นการลดช่องว่างและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กที่อยู่ในชนบท ตลอดระยะเวลา 21 ปี ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ที่ดำเนินการภารกิจด้านการศึกษา เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการทดลองความมือฯ จนนำมาสู่การถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษา นโยบายการพัฒนาด้านการจัดการศึกษา มีความต่อเนื่องจนมาถึง ปัจจุบัน เพราะเป็นนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น โดยมีสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานภายใน ที่เป็นฝ่ายรับนโยบายจากผู้บริหารท้องถิ่น ไปสู่การปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดแนวนโยบาบและเป้าหมายในการ ดำเนินงาน การผลักดันแผนงาน/โครงการ สนับสนุน ส่งเสริม ประสานการพัฒนาและแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดและโรงเรียนทั้ง 12 แห่ง รวมทั้งการกำกับ ติดตาม ดูแล ให้การบริหารงานแต่ละ โรงเรียนเป็นไปตามนโยบาย หลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด 
                              ในช่วงแรกที่รับการถ่ายโอนโรงเรียนมาอยู่ในสังกัดฯ เบื้องต้นมีการวิเคราะห์สภาพปัญหาโรงเรียนที่ ได้รับการถ่ายโอนฯ พบว่า ทุกโรงเรียนมีปัญหาและขาดความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนหลายเรื่อง ไม่ว่าจะ เป็นปัญหาการจัดการศึกษาได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรเป็น ปัญหาการขาดแคลนครูผู้สอนและบุคลากรสนับสนุนการ จัดการศึกษา ปัญหาความไม่พร้อมด้านอาคารและสถานที่ ปัญหาขาดเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการจัดการเรียนการ สอน รวมทั้งขาดการบริหารจัดการที่ดี ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัด จึงได้กำหนดนโยบาย “การศึกษาดี” ไว้เป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องดำเนินการ เพื่อสร้างความพร้อมในด้านต่างๆ ที่จำเป็นให้กับโรงเรียน เพื่อให้เกิด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากขึ้น และตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2550-2560 มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปี โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะใช้ในการสร้างความพร้อมในด้านปัจจัยที่มีความจำเป็นในการจัดการเรียนการ สอน อันได้แก่ การพัฒนาอาคารสถานที่ การจัดหาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการจัดการเรียนการ สอน จัดหาบุคลากรครูผู้สอน ในกรณีที่ขาดแคลน พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียน การสอน พัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน พัฒนาระบบการบริหารและการจัดการศึกษา ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาถือได้ว่าได้สร้างความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน ให้กับโรงเรียนในหลายๆด้าน โรงเรียนทั้ง 12 โรงเรียน มีการพัฒนาไปจากเดิมอย่างมาก แต่เนื่องจากที่ตั้งของโรงเรียนทั้ง 12 แห่ง อยู่ห่างไกล จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดค่อนข้างมาก ทำให้การกำกับดูแลการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานการจัดการศึกษาและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด อุบลราชธานีต้องการ จึงเป็นบทบาทและหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรของแต่ละโรงเรียน ดังนั้นปัจจัย ความสำเร็จของการจัดการศึกษาของแต่ละโรงเรียนจึงขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา และ ศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนเป็นหลัก และที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐานและชุมชนไม่ค่อยเข้ามามีบทบาทและเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ในการพัฒนาโรงเรียนหรือแสดง ความคิดเห็นในการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ว่าควรจะพัฒนาไปในทิศทางใด ซึ่ง อาจจะเกิดจากแนวความคิดการจัดการเรียนการสอน เป็นหน้าที่ของโรงเรียนไม่เกี่ยวข้องกับชุมชน และบุคลากร ภายในโรงเรียนเป็นผู้ที่มีความรู้ในการจัดการเรียนการสอนมากกว่า โดยรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอนใช้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลัก
                                  จากข้อมูลปัญหาดังกล่าว ของโรงเรียนได้รับการแก้ไขโดย นำระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2543 เพื่อให้โรงเรียนได้นำมาเป็นแนวทางในการสรรหาบุคคลเข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหารจัดการ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อร่วมวางแผน ร่วมดำเนินงาน ร่วมตรวจสอบ และร่วม          รับผิดชอบ (ร่วมคิด ทำ แก้ไข ประเมิน) ใน 4 ด้านงานหลัก ได้แก่ วิชาการ งบประมาณ บุคลากร และบริหารทั่วไป เพื่อให้สถานศึกษามีคุณภาพและสอดคล้องกับชุมชน